«

»

May 26

ประโยชน์ของสาหร่ายสไปรูไลน่า (Spirulina)

หลายๆท่านอาจจะคุ้นเคยเกี่ยวกับการนำใช้สาหร่ายมาใช้ในวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อเป็นอาหารเสริมเพราะว่าสาหร่ายเป็นแหล่งโปรตีน และวิตามิน และคงเคยได้ยินแม้กระทั้งโฆษณา ต่างๆ ที่อธิบายถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ต่างๆรวมถึง สาหร่ายสไปรูไลน่าซึ่งส่วนมากจะมีความเกี่ยวข้องกับอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว เราสามารถนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาใช้กับปลาสวยงามได้ โดยสามารถ สืบค้น ข้อมูลตามเว็บไซด์ต่างๆได้ ถึงประโยชน์และการใช้ รวมถึง ผลงานวิจัยต่างๆเพื่อเปรียบเทียบ ข้อมูลของผลิตภัณฑ์สาหร่ายแต่ละชนิด ดังนั้นเรามาดูกันว่า ประโยชน์ของสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina) มีอะไรกันบ้างนะครับ


 ประโยชน์ของสาหร่ายสไปรูไลน่า (Spirulina) 

1.ในบ่อเพาะพันธุ์ลูกปลา สามารถผสมสาหร่ายสไปรูไลน่า ได้ใน อัตรา 2 กรัม/น้ำ 1 ตัน และในบ่อเลี้ยง สามารถผสมสาหร่ายสไปรูไลน่า ได้ใน อัตรา  3 กรัม / อาหาร 1 กิโลกรัม กินวันละ 2 มื้อ ซึ่งจะส่งผลให้ลูกปลามีอัตราการรอดตายสูง และแข็งแรงกว่า ลูกปลาที่ไม่ได้รับ อาหารเสริมสาหร่าย

2.ในการผสมาสหร่ายสไปรูิไลน่า ลงในอาหารจะเป็นการเพิ่มแหล่งวิตามิ เอ อีกทางหนึ่งและจากการศึกษายังพบว่า การผลมสาหร่ายสไปรูไลน่า ในอาหาร 1-5

เปอร์เซนต์ ของให้ปลานิล แดง ทำให้เกิดการสะสมของคาร์โรทีนอยด์ ในเนื้อมากกว่าอาหารธรรมดา ซึ่ง คาร์โรทีนอยด์ จะทำให้เนื้อปลามีสีแดง อม ชมพู น่ารัปประทาน

3. สาหร่าย สไปรูไลน่า 10 กรัม / น้ำ1 ตัน เมื่อนำมาเลี้ยงสัตว์น้ำวัยอ่อนเช่น โรติเฟอร์ ไรแดง  และนำไปใช้เป็นอาหารปลาพบว่า ทำให้มีอัตราการรอดตายสูง ลำตัวยาว สีเข้มขึ้น

4.  การใช้ สาหร่ายสไปรูไลน่า (Spirulina) ในไก่  ผสมน้ำ ตั้งแต่ 1 วัน จนกระทั้ง 40 วัน ในอัตรา 3 กรัม / น้ำ 20 ลิตร ทำให้มีภูมิต้านทานโรคสูงขึ้น เป็นหวัดน้อย หงอนแดงกว่า เนื้อเเน่น

5. การใช้ สาหร่ายสไปรูไลน่า (Spirulina) ผสมอาหารปลาทอง ร้อยละ 6-12 ช่วยกระตุ้นการสร้า้งภูมิคุ้มกัน และปรับปรุงทำให้สีของปลาทองมีสีแดงเพิ่มขึ้น หรือ ผสมอาหารในอัตรา 3 กรัม / อาหาร 1 กิโลกรัม

ในการผสมสาหร่าย เข้ากับ อาหารหลักของปลา มังกร หรือปลาแต่ล่ะชนิด มีวิธีการดังนี้

- ใช้ไข่ขาว ปริมาณ 60 มิลลิลิตร ต่อ อาหาร 1 กิโลกรัม เมื่อผสมคลุกเคล้าแล้ว ผึ่งลมให้แห้ง เก็บในกล่องพลาสติก ไม่ให้โดนแสง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

You might also likeclose